หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทม์ส รายงานเมื่อวันพูธที่ผ่านมาว่า ผู้ร่างกฎหมายของสหภาพยุโรปบรรลุข้อตกลงที่มุ่งเป้าหมายไปยังบริษัท เทคโนโลยีขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความเคลื่อนไหวเพื่อจำกัดการผูกขาดในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล

แหล่งข่าวที่ทางไฟแนนเชียลไทม์สอ้างว่า มีข้อมูลของการอภิปรายโดยตรง ระบุว่า สมาชิกประเทศหลักของรัฐสภายุโรปเห็นชอบ รับข้อตกลงที่จะนำไปใช้กับบริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดอย่างน้อย 80,000 ล้านยูโร (2.9 ล้านล้านบาท) และเสนอบริการอินเทอร์เน็ตอย่างน้อยหนึ่งประเภท เช่น การค้นหาออนไลน์ กฎเกณฑ์ดังกล่าวจะดึงบริษัทต่างๆ ให้เข้ามาอยู่ในระเบียบของกฎหมายของสหภาพยุโรปว่าด้วยแนวทางปฏิบัติของบริษัทเทคโนโลยี (Digital Markets Act หรือ DMA)ได้มากกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ พร้อมเสริมว่าสหภาพยุโรปวางแผนที่จะบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ในปีหน้า

กฎหมาย DMA ซึ่งเสนอโดย มาร์เกร็ธ เวสทาเกอร์ หัวหน้าฝ่ายต่อต้านการผูกขาดของสหภาพยุโรปเมื่อปีที่แล้ว มีเป้าหมายที่จะควบคุมอำนาจของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ด้วยรายการของสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำต่าง ๆ กฎหมายดังกล่าวยังช่วยให้หน่วยงานที่มีอำนาจเกี่ยวกับการแข่งขันในตลาดของแต่ละชาติสามารถตรวจสอบการเข้าซื้อกิจการของบริษัทเทคโนโลยีคู่แข่งรายย่อย ท่ามกลางความกังวลว่าบริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้จะซื้อกิจการของบริษัทคู่แข่งได้ในราคาถูก

บริษัทต่างๆ รวมถึงบริษัทอัลฟาเบ็ท (กูเกิล), อะเมซอน, แอปเปิล, เฟซบุ๊กและไมโครซอฟท์ จะอยู่ภายใต้กฎหมายนี้ เช่นเดียวกับอาลีบาบา กรุ๊ป โฮลดิ้งของจีน และบุ๊คกิ้งของเนเธอร์แลนด์ คณะมนตรีของสหภาพยุโรปจะให้สัตยาบันข้อตกลงอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 พ.ย.นี้ โดยเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงจุดยืนที่มีร่วมกันของกลุ่ม ก่อนหน้าจะมีการอภิปรายกับฝ่ายนิติบัญญัติของสหภาพยุโรปและคณะกรรมาธิการว่าด้วยร่างกฎหมาย DMA หลังจากนั้นจึงจะบังคับใช้เป็นกฎหมายได้